02-120-6299 [email protected]
จะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า ⁉️?

จะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า ⁉️?

คนจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหาโรคหัวใจ และคิดว่าอาการที่เป็นอยู่ เป็นอาการของโรคไม่ร้ายแรง ?
.
วิธีที่ดีที่สุดของการตรวจอาการต่างๆ คือการไป พบแพทย์เพื่อตรวจเช็คให้แน่ใจ ซึ่งมีวิธีการตรวจทำได้หลายวิธี
.
✔️การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocadiogram)
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือที่เรียกว่า “EKG” เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อหัวใจ โดยจะมีรูปแบบของคลื่นไฟฟ้าอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ เปลี่ยนแปลงไปตามความผิดปกติของหัวใจ
การตรวจแบบนี้เป็นการตรวจที่สะดวก ผู้เข้ารับการตรวจจะไม่เจ็บจากการตรวจ
.
✔️การบันทึกคลื่นไฟฟ้าชนิดติดตัว (Holter monitor)
ในผู้ป่วยบางรายที่มารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่พบความผิดปกติในขณะนั้น แต่ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการที่น่าสงสัยว่าหัวใจอาจมีความผิดปกติ แพทย์จะแนะนำให้ใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดติดตัว ซึ่งผู้รับการตรวจจะต้องพกเครื่องมือนี้ตลอด 24 ชม. เพื่อให้ทราบว่ากิจกรรมต่างๆใน 24 ชม. มีผลทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงหรือไม่
.
✔️การตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)
เป็นการตรวจโดยให้ผู้เข้ารับการตรวจออกกำลังกายด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน เพื่อทดสอบว่าภายใต้สภาวะที่หัวใจทำงานมากขึ้น มีความต้องการออกซิเจนจากเลือดที่หล่อเลี้ยงมากขึ้นนั้น จะมีปริมาณเลือดมาเลี้ยงเพียงพอหรือไม่
.
✔️การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocadiography)
เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ทำให้เห็นการเคลื่อนและการบีบตัวของหัวใจว่าปกติดีหรือไม่ ความเร็วและความดันเดือนเป็นอย่างไร คลอดจนตรวจดูความพิการของหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ และโรคหัวใจชนิดอื่นๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าจะใช้การรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะไม่อันตรายและไม่มีความเจ็บปวดใดๆ
.
✔️การตรวจความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดใหญ่ 
ตรวจความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดใหญ่ ช่วยบ่งชี้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอัมพาต อัมพฤกษ์ ซึ่งเมื่อพบความผิดปกติสามารถพิจารณาให้ยาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงรวมทั้งการบริการตรวจดัชนีการแข็งตัวของหลอดเลือด
.
✔️MRI (Magnetic Resonance Imaging)
ใช้ในการตรวจและแสดงภาพอวัยวะต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับอวัยวะจริงมากที่สุดเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค ที่มีความรวดเร็วโดยการส่งผ่านคลื่นความถี่วิทยุไปยังผู้ป่วยอยู่ในอุโมงค์สนามแม่เหล็กแรงสูง ซึ่งไม่มีการใช้รังสีเอ๊กซ์ (X-Ray) หรือสารทึบรังสีประเภทไอโอดีน
.
✔️การตรวจสวนหัวใจ (Coronary angiogram)
แพทย์จะทำการตรวจโดยการฉีดสี โดยใช้สายสวนขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 2 มม. ใส่เข้าไปตามหลอดเลือดแดง อาจจะใส่จากบริเวณขาหนีบ ข้อพับแขน หรือข้อมือ ไปจนถึงจะดที่เป็นรูเปิดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจทั้งซ้ายและขวา จากนั้นแพทย์จะใช้สารละลายทึบรังสีเอ๊กซ์เรย์ หรือที่เรียก “สี” ฉีดเข้าทางสายสวนนั้นไปที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อตรวจสอบดูว่ามีการตีบแคบหรือตันของหลอดเลือดหรือไม่ ความรุนแรงมากน้อยขนาดไหนและตำแหน่งใดบ้าง เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
.
✔️การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอ๊กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ 64 สไลซ์ (CT Scan 64 slice)
เพื่อตรวจพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงเพื่อใช้ในการวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจ อีกทั้งสามารถตรวจหาปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจ และสามารถตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ลักษณะทางกายภาพของหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ ภาพที่ได้จะถูกประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพชัดเจนและแม่นยำ ใช้เวลาตรวจเพียง 15-30 นาที ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ทันทีเมื่อทำการตรวจเสร็จ
.
#โรคหัวใจ
#เรื่องหัวใจให้เราดูแล
#เซฟฮาร์ทการแพทย์กรุ๊ปส์
#SafeHeartGroups
————————————————
.
?ปรึกษาเรื่องโรคหัวใจ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ?ได้ตลอด 24 ชั่วโมง?
.
? ศูนย์หัวใจเซฟฮาร์ท-วัฒนา สาขาโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์นวัฒนา
? 065-135-2222 หรือ ? 042-219 888 ต่อ ศูนย์หัวใจ
? Line ID : @safeheartgroup
.
? ศูนย์หัวใจเซฟฮาร์ท สาขา โรงพยาบาลสมุทรสาคร
? 095-919-5835

ใส่ความเห็น

Close Menu